|

ประวัติวันกองทัพบก
ประวัติความเป็นมาของกองทัพบก
สารอวยพรปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๓
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก
ผบ.ทบ.วางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
พร้อมเป็นประธานประกอบพิธีสงฆ์
ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
------------------
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.วางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
พร้อมเป็นประธานประกอบพิธีสงฆ์
ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.)
เนื่องในโอกาสครบรอบ 62 ปี วันคล้ายวันสถาปนา นรด.โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง
นายทหารสัญญาบัตร และนายทหารชั้นประทวน ของ นรด.เข้าร่วมพิธี
ผบ.ทบ.ยืนยันจะไม่มีเหตุการณ์ใดๆ
เกิดขึ้นในระหว่าง
เดินทางไปราชการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เพราะทหารทุกกองทัพจะทำเพื่อชาติ เพื่อประชาชน
------------------------
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญว่า
เชื่อว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่รุนแรง
จึงยังไม่มีการประสานจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้มีการขอกำลังทหารเข้าไปเพิ่ม
โดยยืนยันว่า
หน้าที่การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ
จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก
แต่ทหารจะเข้าไปดูแลในส่วนที่มีการร้องขอมาเท่านั้น
ส่วนการที่กลุ่มคนเสื้อแดง
ประกาศจะไปชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ ของทหารนั้น
เชื่อว่าน่าจะมีเจตนาอื่น
เพราะทหารส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย
และอยู่ในระเบียบวินัย
ขณะเดียวกันยังยืนยันว่าจะไม่มีเหตุการณ์ใดๆ
เกิดขึ้นในระหว่างที่ตนเองเดินทางไปราชการ
ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เพราะทหารในทุกกองทัพจะเป็นกำลังพลที่ทำเพื่อชาติ
เพื่อประชาชน
ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า
ส่วนการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นั้น
มีแนวทางที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า
จะต้องมีการพิสูจน์ว่าใช้การได้จริงหรือไม่
ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับการจัดซื้อที่ผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
โดยหากพบว่ามีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องจริง
ก็จะต้องดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุม
หน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก
--------------------
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก
แถลงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกว่า
ในที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก
ได้ย้ำให้ทุกหน่วยตระหนักถึงหน้าที่ของทหารในการปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้
ให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันสั่งการให้ผู้บังคับหน่วยสร้างความเข้าใจกับกำลังพล
ครอบครัว และประชาชนทั่วไป
ให้เห็นความสำคัญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์
โดยเฉพาะสถาบันองคมนตรี
กองทัพเป็นห่วงว่ามีความพยายามให้ร้ายต่อสถาบันองคมนตรี
ซึ่งเป็นองค์กรที่ใกล้ชิดต่อสถาบัน
กองทัพบกจึงไม่สบายใจ
ในช่วงตลอดเดือนกุมภาพันธ์
กองทัพบกจะทำการฝึกภาคสนามของหน่วยในระดับกองพล
ซึ่งเป็นการฝึกตามวงรอบประจำปี
..........................
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า
ในช่วงตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้
กองทัพบกจะทำการฝึกภาคสนามของหน่วยในระดับกองพล
ซึ่งเป็นการฝึกตามวงรอบประจำปี
เพื่อเตรียมกำลังให้พร้อมปฏิบัติการรบ
ในภารกิจป้องกันประเทศ
การรักษาความมั่นคงภายในและพัฒนาประเทศ
รวมถึงการเพิ่มทักษะให้ทหาร
เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยจะทำการฝึกในหลายพื้นที่ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร
และต่างจังหวัด
โดยในช่วงเวลาดังกล่าวหน่วยทหารของกองทัพบก
จะมีการเคลื่อนย้ายกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์จากที่ตั้งหน่วยทหารไปยังพื้นที่ฝึกต่างๆ
โดยในวันที่ 28 มกราคม - 9 กุมภาพันธุ์ 53 กองพลที่ 1
รักษาพระองค์ (พล.1รอ.)
จะทำการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ไปทำการฝึกรักษาสันติภาพในการฝึกคอบร้าโกลด์
2010 ณ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์
จ.ประจวบคีรีขันธ์ และวันที่ 3-14 กุมภาพันธ์ พล.1 รอ.
จะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์จาก
กรุงเทพฯไปทำการฝึกภาคกองร้อยที่ จ.กาญจนบุรี
และในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลา 05.00-12.00 น.
กองทัพจะทำการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์จำนวนมาก
โดยจะใช้พื้นที่บริเวณแยกเกียกกาย สะพานแดง
และประดิพัทธ์
ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางในวันและเวลาดังกล่าว
กลุ่มพลังมวลชนใน จ.ยะลา นำดอกกุหลาบมา
มอบให้กำลังใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.
.............................
บรรดากลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่ จ.ยะลา จำนวนกว่า
300 คน
เดินทางมาที่หน้าอาคารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค
4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
เพื่อรอต้อนรับและให้กำลังใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผบ.ทบ.ที่เดินทางมาปฎิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยกลุ่มพลังมวลชน ได้นำป้ายผ้าเขียนข้อความให้กำลังใจ
และนำดอกกุหลาบมามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจแด่ ผบ.ทบ.ด้วย
นางมาเรียม สา และ ชาวบ้านชุมชนเทศบาล 5
เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจ ผบ.ทบ.
เพราะเห็นว่าท่านทำงานหนัก
ในการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ก็รู้สึกสงสาร เห็นใจ รู้สึกอุ่นใจที่ท่าน ผบ.ทบ.
ลงพื้นที่มาดูแลแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
ด้าน นางชุลีพร ทัศเกตุ ชาวบ้านชุมชนเพชรคูหา
อ.เมือง จ.ยะลา เปิดเผยว่า
ในวันนี้ตั้งใจเดินทางมาเพื่อให้กำลังใจท่าน ผบ.ทบ.
หลังจากที่ได้ข่าว ส่วนกรณีข่าวปัญหาเครื่อง จีที 200
ในขณะนี้ ตนเองเห็นว่า เครื่องดังกล่าวมีประโยชน์มาก
แต่หลังจากที่เป็นข่าวก็รู้สึกไม่ดี
ทำให้ทุกคนคิดไปว่า พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เอาของไม่ดีมาใช้
ที่ผ่านมาตนเองเห็นการทำงานของเครื่องดังกล่าว
เห็นว่ามีประโยชน์
หลายครั้งที่เห็นการทำงานของเครื่องนี้
ก็เห็นว่าใช้ได้
และอยากให้ใช้เครื่องนี้ต่อไปในพื้นที่
เพราะยังไม่มีเครื่องมืออะไรที่ดีกว่านี้ในพื้นที่ขณะนี้
แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุเครื่องมือตรวจวัตถุระเบิด จีที
200
ที่ใช้งานในพื้นที่ 3 จชต. แม้จะไม่ 100 %
แต่ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในขณะนี้
.........................
พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4
ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการต่อต้านเครื่องมือตรวจวัตถุระเบิด
จีที 200 ที่ใช้งานในพื้นที่ 3 จชต.ว่าการใช้งานของ
จีที 200 แม้ว่าจะไม่ 100 %
แต่ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดของเราอยู่ในขณะนี้
ตนอยากยกตัวอย่างให้ฟังว่า
สมมติว่าเราตกน้ำและว่ายน้ำไม่เป็นจมน้ำตาย
แต่มีขอนมาอันหนึ่ง แต่มันไม่ 100 %
ถามว่าจะเกาะหรือไม่
ทั้งนี้ตนอยากให้นักวิชาการที่ออกมาพูด
ลงไปในพื้นที่ดูการทำงานของทหารบ้าง
ไปอยู่กับพวกตนมีเหตุระเบิดช่วยไปเคลียร์ให้หน่อยอย่ามัวแต่พูด
ทั้งนี้หากมีของดีกว่านี้ตนพร้อมรับ และจะเลิกใช้ จีที
200 แต่ปัจจุบันมันไม่มีอะไรดีกว่าตัวนี้
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส
เปิดเผย
เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด
จีที 200 ที่ผ่านมา
สามารถช่วยลดและสกัดความรุนแรงได้หลายครั้ง
.......................
นายพงษ์ศักดิ์ ชุติชวกุล
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส และหัวหน้าพัน อรบ.ที่15
(เมืองนราธิวาส)
เปิดเผยถึงกรณีเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด
จีที 200
ที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทำการทดสอบประสิทธิภาพว่า
อุปกรณ์ดังกล่าวที่ผ่านมาสามารถใช้งานได้ผลระดับหนึ่ง
แม้เครื่องมือดังกล่าวจะมีข้อจำกัดอยู่ในบางประการ
เนื่องจากต้องอาศัยตัวบุคคลที่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ใช้งาน
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า
ที่ผ่านมาเครื่องตรวจหาระเบิดประเภทที่ใช้ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
สามารถช่วยลดและสกัดความรุนแรงได้หลายครั้ง
โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบัน เครื่องมือ จีที 200
ยังมีความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่
ต้องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ตราบใดที่ฝ่ายความมั่นคง
หรือเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มีอุปกรณ์ใดที่สามารถนำมาใช้เพื่อสกัดการก่อความรุนแรง
ด้วยวัตถุระเบิดได้ 100 เปอร์เซ็นต์
รมว.กห.กล่าวถึงการสั่งพักราชการ พล.ต.ขัตติยะฯ
ไม่ถือเป็นการดำเนินการที่รุนแรงเกินไป
........................
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กห.
ให้สัมภาษณ์หลังร่วมงานมอบรางวัลเกียรติยศจักรดาว
เนื่องในวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารว่า
ไม่ได้พูดคุยกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ในระหว่างที่ พล.ต.ขัตติยะฯ
มาร่วมงานเพราะไม่ทราบว่าจะพูดคุยในเรื่องใด
ซึ่งการสั่งพักราชการ พล.ต.ขัตติยะฯ
ไม่ถือเป็นการดำเนินการที่รุนแรงเกินไป
เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน
หากสอบสวนแล้วพบว่าไม่มีความผิด พล.ต.ขัตติยะฯ
สามารถกลับมารับราชการได้
กองทัพบก
ขอโทษพี่น้องประชาชนกรณีเคลื่อนย้าย
รถหุ้มเกราะไปซ่อม จนเป็นเหตุให้ประชาชนเข้าใจผิด
...................
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ทบ.
กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนย้ายรถหุ้มเกราะ
จนเป็นเหตุทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
ยอมรับว่าทางกองทัพได้เคลื่อนย้ายรถหุ้มเกราะรุ่น
วี.150 จริงซึ่งเป็นรถในสังกัดของ กองพลทหารม้าที่ 1
รักษาพระองค์ ได้ส่งไปปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จชต.จำนวน
22 คัน จากทั้งหมดที่อยู่ในสังกัด ทบ.จำนวน 113 คัน
โดยลำเลียงผ่านมายังเส้นทางรถไฟตั้งแต่วันที่ 24
ม.ค.ที่ผ่านมา
เพื่อนำมาซ่อมแซมที่โรงซ่อมสร้างรถยนต์ทหาร
กรมสรรพาวุธทหารบก จ.ปทุมธานี ทั้งนี้
เพื่อเตรียมที่จะส่งไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพในประเทศซูดาน
โดยจะมีกำหนดการซ่อมแล้วเสร็จและส่งไปประเทศซูดานในช่วงเดือน
พ.ค.53
เมื่อถามว่าทำไมต้องเอามาซ่อมในช่วงเวลานี้
โฆษก ทบ.
กล่าวว่ากองทัพดำเนินการไปตามแผนปฏิบัติการตามปกติ
ไม่ได้คิดถึงกระแสทางด้านการเมืองแต่อย่างใด
ทำไปตามหลักการ ดูประสิทธิภาพสรรพาวุธต่างๆ
เนื่องจากรถหุ้มเกราะดังกล่าวมีอายุการใช้งานมาตั้งแต่ปี
2521 ดังนั้น
ก่อนที่จะมีการส่งไปปฏิบัติการยังต่างประเทศต้องดูแลซ่อมแซมก่อน
อย่างไรก็ตาม
ทุกครั้งที่กองทัพเคลื่อนย้ายนั้นได้แจ้งประชาชนทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้อาจจะมีการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง
อย่างไรก็ตามต้องขอโทษพี่น้องประชาชนด้วย
กระแสข่าวการปฏิวัติ
ทุกวันนี้ทหารไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย
..........................
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด
โฆษก ทบ.ได้กล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการปฏิวัติ
ว่าทุกวันนี้ทหารไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย
มีแต่แวดวงการเมือง อดีตนายทหารบางคนเป็นคนพูด
ยืนยันว่ากองทัพไม่เคยพูดและไม่ทำตามกระแสที่ออกมา
เนื่องจากทหารมีบทเรียนพอสมควรในครั้งที่ผ่านๆ
มา ซึ่งการพูดถึงเรื่องการปฏิวัติในขณะนี้ล้าไปแล้ว
ไม่เข้ากับสมัยปัจจุบัน
ดังนั้นการปฏิวัติไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ผบ.ทบ.ยืนยันการสั่งพักราชการ
พล.ต.ขัตติยะฯ
เป็นการดำเนินการตามกฎระเบียบ
และกฎหมาย
----------------
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะผู้บังคับบัญชา
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง
ยืนยันว่าการสั่งพักราชการ พล.ต.ขัตติยะฯ
เป็นการดำเนินการตามกฎระเบียบและกฎหมาย
ไม่มีเรื่องส่วนตัว หรือมีนัยเข้ามาเกี่ยวข้อง
ส่วนจะมีการดำเนินคดีอาญาทางทหารหรือไม่นั้น
ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ ซึ่งตนไม่มีอำนาจสั่งคุมขัง
พล.ต.ขัตติยะฯ ได้
โดยต้องรอการพิจารณาสอบสวนของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา
ว่า จะมีความเห็นอย่างไร และจากนั้น
คณะกรรมการจะส่งเรื่องไปยังอัยการทหารเพื่อพิจารณา
ว่าจะมีคำสั่งฟ้องทางคดีอาญาเพิ่มเติมหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผบ.ทบ. ระบุว่า
ขั้นตอนการดำเนินการกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหาก
พล.ต.ขัตติยะฯ จะขอพบเพื่อชี้แจงรายละเอียด
ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งชาวม้งลาว
กลับประเทศ
.............................
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งชาวม้งลาวกลับประเทศว่า
การดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 29
ธ.ค.ที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งในส่วนของ 4
พันกว่าคนที่บ้านห้วยน้ำขาว จ.เพชรบูรณ์
และ 158 คนที่ตม.หนองคาย ศูนย์พักพิงที่บ้านห้วยน้ำขาว
ก็จะปิดลงและคืนพื้นที่ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลต่อไป
เชื่อว่าจะไม่มีชาวม้งลาวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอีก
เพราะจากการประชุมร่วมกันมาเป็นเวลากว่า 2 ปี ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า
หากชาวม้งลาวต้องการเดินทางต่อไปยังประเทศที่ 3
เพื่อไปอยู่กับพี่น้องที่เดินทางไปก่อนหน้านี้
กระบวนการดำเนินการจะต้องเริ่มต้นที่ลาว ไม่ใช่ที่ประเทศไทย
เมื่อถามถึงกรณีที่ UNHCR ตั้งข้อสังเกตุว่าประเทศไทยละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวม้งลาว
ที่มาขอพักพิง ผบ.ทบ.กล่าวว่าการปฏิบัติของไทย
เคารพต่อสิทธิมนุษยชนของคนเหล่านี้อย่างสูง การดำเนินการ
เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการประชาสัมพันธ์ดี
ไม่มีเหตุการณ์กระทบกระทั่ง
ทางการลาวเองก็น่าจะพอใจเพราะนายกรัฐมนตรีของไทยเคยพบปะกับนายกรัฐมนตรีลาว
การปฏิบัติเป็นไปตามกรอบที่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน ทั้งนี้ ชาวม้งลาวที่เคยส่งกลับไปก่อนหน้านี้กว่า
4 พันคนที่บ้านผาหลัก ทางการลาวเองเคยเปิดให้สื่อมวลชน
เอกอัครราชทูตประจำประเทศต่าง ๆ รวมทั้งตัวแทนม้งที่เหลือเข้าไปดู
ทางการลาวดูแลอย่างดี ทุกอย่างเรียบร้อย
นานาชาติเข้าใจการดำเนินการของไทยดี เพราะประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง
มุมมองหนึ่งที่อยากให้ช่วยกันมองคือ ทั้งชาวม้งลาวที่
ตม.หนองคาย และที่ จ.เพชรบูรณ์
ชีวิตความเป็นอยู่ไม่น่าจะมีมาตรฐานที่ดีของความเป็นมนุษย์
เพราะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด
ผมคิดว่าบ้านเกิดเมืองนอนของเขามีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล
ผู้บริหารประเทศเขาก็พร้อมรับ
ที่ส่งกลับไปแล้วครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 4 พันกว่าคนก็ไม่มีปัญหา
เมื่อวานมีการสัมภาษณ์ชาวไทยภูเขาที่อยู่บนนั้น เขาบอกกลับไปก็ดี
เพราะอยู่ที่นี่ก็ไม่มีที่ทำกิน
ชาวไทยภูเขาเองยังยากเลย ต้องยอมรับว่า
คนพวกนี้ทำอาชีพเกษตรเหมือนคนในพื้นที่ เราไม่มีพื้นที่ให้เขาได้
เขาก็อยู่ลำบาก คนไทยตรงนั้นก็แย่ ถ้าตัดไม้ทำลายป่าในภาคเหนือ
ก็จะส่งผลกระทบเรื่องน้ำในพื้นที่ตอนล่าง
|